ข้อคิดต่างๆในการเลือกซื้อและใช้งาน #คาร์ซีท #Carseat

Last updated: Jul 26, 2017  |  2819 จำนวนผู้เข้าชม  |  บทความ-คาร์ซีท

ข้อคิดต่างๆในการเลือกซื้อและใช้งาน #คาร์ซีท #Carseat

 
 
 

ข้อคิดต่างๆในการเลือกซื้อและใช้งาน #คาร์ซีท #Carseat

 
 

1. ความปลอดภัย


จากผลการสำรวจและวิจัยต่างๆ ทั้งในต่างประเทศและภายในประเทศ เป็นไปในทิศทางเดียวกันคือ สาเหตุการของการชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ คือ เด็กไม่ได้ใช้ที่นั่งนิรภัยเพื่อล็อคตัวน้องให้อยู่กับที่ หรือไม่ได้ใช้คาร์ซีท นั่นเอง และหากจำเป็นต้องใช้คาร์ซีท ควรเลือกคาร์ซีทที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัย สำหรับคาร์ซีท โดยทั่วไป จะเป็น ECE R44/04

ECE R44/04

โดยในประเทศไทย เริ่มมีการรณรงค์ให้ใช้คาร์ซีท ทั้งหน่วยงานภาครัฐ, เอกชน และสถาบันการศึกษา ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีกฏหมายบังคับใช้ เหมือนในต่างประเทศ

2. ช่วงอายุกับการใช้งาน


ช่วงอายุเด็กมีผลโดยตรงกับการติดตั้ง ซึ่งการติดตั้งหลักๆ แบ่งได้ 2 แบบคือ
ติดตั้งแบบหันหน้าเข้าเบาะ (Rear Facing) : สำหรับแรกเกิดถึง 9 เดือน (บางงานวิจัยแนะนำให้ติดตั้งแบบนี้ จนน้องอายุ 2 ขวบ)
ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ หรือ ไปในทิศทางเดียวกันกับรถ (Front Facing) : สำหรับ 9 เดือนขึ้นไป หรือเด็กที่คอเริ่มแข็งแล้ว

โดยมีการแบ่งกลุ่มการใช้งานดังนี้

0-9 เดือน (0-13 kg): จัดอยู่ใน Group-0 ต้องติดตั้งแบบหันหน้าเข้าเบาะเท่านั้น

9 เดือน - 4 ขวบ (13-18kg): จัดอยู่ใน Group-1 ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ หรือ หันหน้าเข้าเบาะ

4-7 ขวบ (18-25 kg): จัดอยู่ใน Group-2 ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ

7-12 ขวบ (25 kg ขึ้นไป): จัดอยู่ใน Group-3 ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ

ทั้งนี้ทั้งนั้นควรศึกษาคู่มือการติดตั้งอย่างละเอียดก่อนการติดตั้ง เพื่อความถูกต้องและปลอดภัยสูงสุด หากติดตั้งไม่ถูกกับ Group ของอายุน้อง อาจบาดเจ็บได้
(น้องคอยังไม่แข็ง แต่ติดตั้งแบบหันหน้าออกจากเบาะ)

โดยตำแหน่งที่เหมาะสมในการติดตั้งคือ ด้านหลังคนขับ ทั้งซ้าย,กลาง หรือขวา โดยไม่แนะนำให้ติดตั้งคู่กับคนขับ เพราะเวลามีอุบัติเหตุจะติดถุงลมนิรภัย



ปัจจุบันนี้ เริ่มด้ยินคำว่า Isofix & LATCH เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้สะดวกในการติดตั้งและปลอดภัยมาก
หากคาร์ซีท ระบุว่ามี Isofix จะมีเหล็กยื่นออกใต้ฐานเพื่อเสียบเข้ากับตัวรถ เพื่อง่ายต่อการติดตั้ง แต่รถยนต์ต้องรองรับ Isofix ด้วย

ส่วน LATCH (Lower Anchors and Tethers for Children) จะมีสายตะขอ เพื่อเกี่ยวกับรถ ใช้กับรถรุ่นที่รองรับ

คาร์ซีท Isofix

3. ขนาดและน้ำหนัก


เมื่อน้องมีน้ำหนักตัวและส่วนสูงเพิ่มมากขึ้น คาร์ซีทที่น้องนั่งจำเป็นต้องปรับสายบ่า และที่รองศรีษะ เพื่อให้พอดีกับส่วนสูงที่เพิ่มขึ้นของน้อง
ซึ่งวิธีการปรับสายบ่าและที่รองศรีษะ สามารถศึกษาได้จากคู่มือการใช้งาน

หากศรีษะน้องเริ่มเลยที่รองศรีษะของน้องไปแล้ว หรือคาร์ซีทเริ่มแน่นจนนั่งไม่สบาย จำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่

4. ตรวจสอบอุปกรณ์


ควรตรวจอุปกรณ์การใช้งานเป็นระยะ โดยอุปกรณ์ที่ต้องตรวจสอบ ได้แก่ เข็มขัดที่รัดน้อง ยังทำงานได้ดี หรือยังล็อคได้ปกติหรือไม่
สายเบลท์รถยนต์ยังล็อคอยู่ และอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องหรือไม่
ติดตั้งถูกต้องกับช่วงอายุของน้องหรือไม่
ติดตั้งในตำแหน่งที่เหมาะสมหรือไม่ (หากคุณพ่อหรือคุณแม่ขับรถพาลูกไปโดยลำพัง ติดตั้งในตำแหน่งด้านหลังขับรถ อาจจะไม่สะดวกในการดูแลน้อง)
ควรมีการดูแลความสะอาดอยู่เสมอ สำหรับคาร์ซีทที่เป็นเบาะหนัง สามารถใช้ผ้าชุบน้ำยาทำความสะอาดเช็ดได้ หรือหากเป็นเบาะผ้า อาจจะถอดซักเป็นระยะๆ
ซึ่งก่อนที่จะถอดอะไหล่ อาจจะถ่ายรูปเก็บไว้ก่อนล่วงหน้า จะได้ไม่มีปัญหาที่ตอนใส่กลับคืน


5. การรับประกัน


ควรเลือกซื้อคาร์ซีทที่มีการรับประกันสินค้า เพราะหากมีอะไหล่ชำรุดเสียหาย และจำเป็นต้องเปลี่ยน จะได้เปลี่ยนได้อะไหล่เพื่อนำกลับมาใช้งานต่อ
หากไม่มีการรับประกัน และไม่สามารถเปลี่ยนอะไหล่ได้ อาจทำให้ต้องเปลี่ยนคาร์ซีทใหม่
 
 
สินค้าที่เกี่ยวข้อง: #คาร์ซีท
 
 
 
 
 
 
 
 

Powered by MakeWebEasy.com